มองมาตั้งแต่ ม.1ถึงม.6
posted on 10 May 2008 12:05 by hikari in -Story-Fiction-เหมือนจะเป็นเอนทรี่ระบุความแก่ของคนเขียน 555
ปีนี้เราเป็นพี่ใหญ่สุดในโรงเรียนแล้วนา แต่ทำไมยังรู้สึกว่าตัวเองไร้สาระได้ไม่ต่างไปจากเด็กใหม่เลย(วะ)เนี่ย ถึงปีที่แล้วจะได้เป็นหัวเรือใหญ่กีฬาสี รู้สึกว่ามันก็ไม่ได้ช่วยขัดเกลารัศมีความเป็นผู้ใหญ่ให้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
เรานี่มันเด็กจริงๆ พับผ่าสิ
สัจธรรมตั้งแต่เรียนมัธยมมา 5 ปี ทำให้เราได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง ตั้งแต่เรียนมาว่า...
นักเรียนชั้น ม.1 : น่ารัก น่าเอ็นดู เชื่อฟังคำสั่งรุ่นพี่ (สังเกตได้ชัดจากงานกีฬาสี) เรียบร้อย ถูกระเบียบเป๊ะ จนสามารถเป็นตัวอย่างให้พี่ ม.6 ได้ (แอบด่าตัวเองซะงั้น) นับเป็นปีแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง
นักเรียนชั้น ม.2 : เรียนโรงเรียนนี้มา 1 ปี เริ่มรู้อะไรมากขึ้น เป็นปีแห่งการปล่อยเนื้อปล่อยตัวครั้งใหญ่ปีหนึ่ง เริ่มมีการผิดระเบียบตั้งแต่ ระดับพอหอมปากหอมคอไปจนถึงขั้นหลุดไปอยู่คนละภพ (ซึ่งแปรผันตรงตามลักษณะนิสัยและความคะนอง) มีเพื่อนสนิทที่เค้าเฮไหนก็เฮด้วย เป็นระดับชั้นที่คึกคัก เฮฮาที่สุดก็ว่าได้ และน่าสังเกตว่า ระดับผลการการเรียนแอบตกลงมาเล็กน้อย (ตัวอย่างก็เรานี่แหละ)
นักเรียนชั้น ม.3 : เป็นชั้นหัวเลี่ยวหัวต่อ ทำให้กลับมาจริงจังกับการเรียนอีกครั้ง เป็นอีกระดับที่มีความเครียดรองลงมาจากชั้น ม.6 ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่บางคนก็ปวดหัวกับตัวเองเหมือนกันว่า "จะเลือกเรียนสายไหนดี" วิ่งวุ่นอยู่กับเกรดและคะแนน (กรณีที่ทำไปสองปีแรกได้ไม่ดี) เพื่อให้ได้สายที่ต้องการ บางคนก็เริ่มทำตัวให้ถูกระเบียบ จะได้ไม่มีปัญหาติด "ไม่ผ่าน" แล้วกลับมานั่งแก้ใหม่ให้จบมัธยมต้น
นักเรียนชั้น ม.4 : เป็นชั้นที่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน จากคอซองเป็นหัวเข็มขัด (กรณีโรงเรียนรัฐบาลอย่างของเรา) ลักษณะการเรียนแตกต่างกันตามสายเรียน บางสายหนักกว่าเดิม ขณะที่บางสายเบากว่าตอนมัธยมต้นเสียอีก จึงต้องปรับตัวเกี่ยวกับการเรียนและการใช้ชีวิตใหม่อีกครั้ง มีเพื่อนใหม่ให้ทำความรู้จัก บางทีเพื่อนเก่าสมัยมัธยมต้นก็ย้ายไปอยู่คนละสาย ทำให้บางครั้งหาเพื่อนสนิทสมัยมัธยมปลายได้ยากเหมือนกัน (เพราะติดเพื่อนเก่าสมัยมัธยมต้น) เนื่องจากยังอยู่ในช่วงการปรับตัวจึงยังเป็นอีกชั้นที่มีความเรียบร้อยที่สุดในชั้นมัธยมปลาย บางคนอาจจะรู้สึกว่า ม.4 ติ๊งต๊องและแอ๊บแบ๊วมากกว่า ม.3 อันนี้ต้องเข้าใจด้วยว่า เมื่อปีที่แล้วพวกเขาเคร่งเครียดกับรอยต่อที่ไม่แน่นอนของชีวิต มาปีนี้เข้าสู่เขตปลอดภัย (ไปสักพัก) เลยขอบ้าๆบอๆระบายความเครียดของปีก่อนเสียหน่อย
นักเรียนชั้น ม.5 : เป็นชั้นที่โหด มัน ฮา ที่สุด หลากหลายอารมณ์ในปีเดียว เป็นปีที่ใกล้จะเป็นพี่ใหญ่ ทำให้หลายโรงเรียนมีนโยบายให้ระดับชั้นนี้เป็นหัวหน้าจัดการงานกีฬาสี ดังนั้นจึงเป็นปีที่วุ่นที่สุด การเรียนส่วนใหญ่จะยากขึ้นกว่าตอน ม.4 ทำให้รู้สึกว่ามีมรสุมและปัญหา (ชีวิต) เข้ามามากเหลือเกิน ทั้งงานส่วนตัวและงานราษฏ์ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะจะรับทำกิจกรรมต่างๆ เพราะเกือบจะเป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว พอใกล้จบ ม.5 ก็จะกลับมานั่งปวดหัวอนาคตของตัวเองต่อ "เรียนอะไรต่อดีฟะเนี่ย"
นักเรียนชั้น ม.6 : พี่คนโตที่ไม่ค่อยมีบทบาทในโรงเรียนเท่าไรแล้ว (ยกเว้นพวกคณะกรรมการนักเรียน) เพราะเข้าสู่ช่วงสุดท้ายก่อนเข้าสอบมหาวิทยาลัย ช่วงนี้ลมหายใจเข้าออกเป็นหนังสือและการทบทวน มีเฮฮาสังสรรค์บ้างพอประปราย เนื่องจากเป็นปีสุดท้ายแล้ว ยังไงก็ต้องสู้สุดใจขาดดิ้นเพื่อความฝันและอนาคตของตัวเองล่ะ (เหมือนกำลังพูดให้กำลังใจตัวเองอยู่เลย ฮา)
เฮ้อ~ก็มีเท่านี้แหละเนอะ (หมดมุกแล้ว ให้เขียนต่อก็ไม่รู้จะเขียนอะไร) เอาเป็นว่าใครที่อ่านได้ถึงตรงนี้ ถ้ากำลังเรียนอยู่ ก็พยายามเข้านะ! ตั้งใจเรียน แต่ก็ขอให้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั้งจากเพื่อนฝูงและกิจกรรมระหว่างเรียนไปด้วย ผ่านไปนานๆ เมื่อเรานึกย้อนกลับมาแล้วจะรู้สึกว่ามันเป็นความทรงจำที่ทำให้เราอมยิ้ม หัวเราะ มีความสุข (หรือแม้แต่เคล้าน้ำตา) ได้ดีทีเดียว :)
ส่วนคนที่อยู่ ม.6 ปีนี้ก็สู้ๆนะจ๊ะ เพราะเราก็พยายามเหมือนกัน ^ ^
edit @ 23 May 2008 22:07:35 by hikari~นักสืบมือสมัครเล่นครับผม!~
ยังไม่แก่ 55+
#1 By DeathBerryKung'Z on 2008-05-10 13:03